Untitled Document
หน้าหลัก    l   ผู้ชมออนไลน์  : 285 คน
*ขอความกรุณา...เว็บไซต์ใดที่นำข้อมูลและรูปภาพจากเว็บเราไปใส่ในเว็บไซต์ท่าน หรือใส่เว็บบอร์ดอื่น ขอให้ท่านช่วยทำแบนเนอร์ลิงค์มายังเว็บไซต์ของเรา หรืออ้างอิงถึงแหล่งที่มาจากเว็บไซต์ของเราด้วยนะคะ.*
เชียงแสน

ประวัติเมืองเชียงแสน

ประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงแสน มีบรรทึกไว้ในตำนานพงศาวดานหลายฉบับหลายสำนวนแต่เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นเค้าโครงเดียวกัน การเริ่มเรื่องตำนานจะกล่าวตั้งแต่สมัยต้นพุทธกาลว่าพระเจ้าสิงหลวัติกุมาร อพยกจากเมืองไทยเทศล่องมาตามลำน้ำโขง และตั้งบ้านแปลงเมืองโดยมีพญานาค ช่วยขุดคูปราการเมือง ปรากฏชื่อเมืองว่า นาคพันธุ์สิงหนวัตินคร

ต่อมาตามตำนานได้กล่าวถึงการรวบรวมดินแดนให้เป้นปึกแผ่นของ พระเจ้าสิงหนวัติ โดยรวมเอาชาวนิวัติขุ และการปราบปรามพวกกล๋อม หรือขอมให้อยู่ใต้อำนาจ หลังจากนั้นเมืองโยนกนาคพันธุ์ได้มีกษัตริย์ปกครองสืบต่อกันมาหลายพระองค์ แต่ละพระองค์ต่างก็เน้นในการทำนุบำรุงศาสนาเป็นกลัก
ต่อมาในรัฐสมัยของพระเจ้าอังคราชอำนาจของขอม เมืองอุโมงคเสลา มีมากขึ้น สามารถรบชนะพระเจ้ามังคราชและขับไล่ให้ไปอยู่ที่เมองสีทอง โอรสพระเจ้ามังคราชคือ พระเจ้าพรหม สามารถปราบปรามพวกขอมลงได้สำเร็จจึงอัยเชิญพระเจ้าอังคราช กลับเข้าไปครองราชสมบัติที่ เมืองนาคพันธุ์ฯ ตามเดิม อานาเขตของเมืองนาคพันธุ์สมัยพระเจ้าพรมได้ขยายกว้างขึ้นไปอีกโดยไปสร้าง เวียงไชยปราการ และครองราชอยู่ที่นั้น ในรัชกาลของ พระเจ้าชัยศิริ เวียงไชยปราการก็ถูกรุกรามโดย กษัตริย์จากเมืองสะเทิม พระเจ้าชัยศิริเห็นว่าสู้ไม่ได้ จึงเสด้จไปที่เวียงกำแพงเพชร สำหรับทางเมืองนาคพันธุ์ก็มีกษัทตริย์ปกครองมาจนถึงรัชกาลของ พระเช้ามาชัยชนะ ก็เกิดเหตุการณ์อาเพสจนเมืองล่มกลายเป็นหนองน้ำ มืองเชียงแสนตั้งแต่สมัยพระนาราย เป็นต้นมา อาจกล่าวได้ว่าเป็นการเริ่มประวัติศาสตร์เมืองเชียงแสนอย่างแท้จริง เพราะกาตริย์ที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ เมืองเชียงแสน ปัจจุบันสร้างขึ้นด้วยพระเจ้าแสนภู บริเวณเมืองเก่าแม่น้ำโขงราว พ.ศ. 1871 แต่มีบางท่านที่มีความเข้าใจว่าเมืองเชียงแสนอาจมีอายุแก่กว่านี้ได้

อานาเขตของเมืองเชียงแสนเมือแรกตั้ง ทิศเหนือติดต่อกับเมืองเชียงตุง ที่เมืองก่ายตัดไปหาบ้านท่าสามท้าว, ทิศตะวันออกเชียงเหนือ ติดแดนเมืองเชียงตุง ที่ดอยหลวงเมืองภูคา, สตะวันออกติดแดนหลวางพระบาน ที่ดอยเชียงคี ทิศตะวันออกเฉลียงใต้ ติดกับเขตแดนเมืองเชียงของ , ทิศใต้ติดกับเมืองเชียงราย บริเวณแม่น้ำยม, ทิศตะวันตกเเฉลียงใต้ ติดแดนเมืองฝาง ที่ดอยกิ่วคอหมา, ทิศตะวันตกติดกับเมืองลาด บริเวณดอยผาตาแหลว และ
ทิศตะวันตกเฉลียงเหนือ ติดกับดอยเชียงตุงบริเวรดอยผาช้างหลังจากสร้างเมืองแล้ว พระเจ้าแสนภูประทับอยู่ที่เมืองเชียงแสนจนสวณณรคต พ.ศ. 1877 เมืองเชียงแสน คงเป็นเมืองที่มีความสำคัญในขระนั้น เพราะกษัตริย์องค์ต่อมา คือพระเจ้าคำฟูทรงย้ายจากเชียงใหม่มาประทับที่เชียงแสนโดยตลอดรัชกาล แต่หลังจากสมัยพระเจ้าคำฟูแล้วเมืองเชียงแสนคงลดฐานะลงกลายเป็นเมืองลูกหลวางเท่านั้น เพราะพระเจ้าผายู โปรดให้พระเจ้ากือนาราชโอรสมาปกครองเมืองเชียงแสนแทน จากนั้นตั้งแต่รัชกาลกือนาเป็นต้นมา เมืองเชียงแสนถูกลดบทบาทลงไปอีก เพราะมหากษัทริย์รัชกาลต่อๆมา
ได้โปรดแต่งตั้งเพียงพระราชวงศ์หรือขุนนางที่มีความดีความชอบ ขึ้นมาปกครองในบานะเจ้าเมืองแทน ทำให้เมืองเชียงแสนคงอยู่ใรฐานะหัวเมืองหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แม่จะลดบานะเป็นเพียงหัวเมือง แต่ผู้ปกครองเมืองเชียงแสนทุกคนต่างก็ทำนุบำรุงบ้านเมืองและมีการสร้างวัดวาอารามอยู่เสมอ จนกระทั้ง พ.ศ. 2100 เมืองเชียงแสนก็ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า พร้อมกับเมืองเชียงใหม่และอีกหลายๆเมืองในล้านนา

ต่อมาราวปีพ.ศ. 2153 ในรัชกาลของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มังนธาช่อเจ้าเมืองเชียงใหม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อกรุงศรีอยุธยา พระนเรศวรโปรดจัดการปกครองเชียงใหม่และให้ออกรามเดโชไปครองเชียงแสน เมืองเชียงแสนอยู่ภายใต้ขัณฑสีมาของกรุงศรีอยุธยาได้ไม่นาน ก็ต้องยอมต่อพม่าอีกคั้งหนึ่ง จากนั้นพม่าก็แต่งตั้งขุนนางมาโดยตลอด บางครั้งก็มีกระแสพยายามจะปลดแยกอำนาจของพม่าของชาวพื้นเมือง เช่นกรณีของเทพสิงค์ และน้อยวิสุทิ์ แห่งลำพูนวึ่งสามารถตีเมืองเชียงแสนคืนได้ ในราวปี พ.ศ.2300 แต่ไม่นานพม่าก็กลับมาปกครองได้อีก จนกระทั้ง พ.ศ.2347 พระบาทสมเด็จพระยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดฯให้เจ้าฟ้าหลวง เทพหริรักษ์ และเจ้าพยายมราชยกทัพขึ้นไปสมทบกับทัพจากเวียงจันทนื น่าน ลำปาง และเชียงใหม่ รวมกำลังขับไล่พม่าออกจากเชียงแสนเป็นผลสำเร็จและกวดต้อนผู้คนลงไปไว้ตามเมืองทั้งห้าการสึกครั้งนี้ทำให้เมืองเชียงแสนถูกเผาทำลายจนหมดความสำคัญทางยุทธศาสตร์ไปมากในรัชการ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ราว พ.ศ.2413 มีชาวพม่า ลื้อ เขิน จากเมืองเชียงตุง และชาวไทยใหญ่จากเมืองหมอกใหม่ ได้อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานในเมืองเชียงแสนเจ้าอุปราชวงค์เมืองเชียงใหม่ จึงมีหนังสือแจ้งไปยังกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดฯให้อุปราชเมืองเชียงใหม่ และโปรดฯเกล้าให้เจ้าอินต๊ะ นำราษฏรจากเมืองลำพูน ลำปาง และเมืองเชียงใหม่ขึ้นไปตั้ง
ถิ่นฐานที่เมืองเชียงใหม่แทน แล้ว ยก เจ้าอินต๊ะ ให้เป็น พระยาราชเดชดำรง เจ้เมืองเชียงแสน ปี พ.ศ.2438 เมืองเชียงแสนหลวง ในปี พ.ศ.2472 ต่อมาถูกยุบบานะกลับเป็นอำเภอเชียงแสน ภายใต้การปกครองของจังหวัดเชียงรายอีกครั้งเมือ วันที่ 9 เมษายน 2500 จนถึงปัจจุบันศิลปะวัตถุเมืองเชียงแสนที่มีชื่อเสียงได้แก่ พระพุทธรูปที่ทำจากเนื้อสำริด มีทั้ง พระเชียงแสนสิงห์หนึ่ง วึ่งอยู่ใน ยุคของแสนแว้ว เป็นพระที่มีอายุเลิศล้ำทางศิลปะ และพระสกุลเชียงแสนสิงห์ต่างๆทั้งพระศิลปะลังกา สุดขทัย ตลอดถึงสมัยอยุธยาก็มี พระเครื่องส่วนใหญ่จะมีเนื้อตะกั่วสนิมแดง และเนื้อตะกั่วแซมไข ส่วนประเภทพระเนื้อดินนั้นมีน้อย

ข้อมูล: http://www.phrachiangsan.com/


แหล่งท่องเที่ยว

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย หรือ ทะเลสาบเชียงแสน (Nong bong khai non-hunting area)

ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ตำบลโยนก หมู่ 3 ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน และตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์หนองบงคาย มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหนองน้ำ มีส่วนของพื้นที่ดินมีลักษณะเป็นป่าแนวแคบๆ อยู่รอบหนองและบนเกาะกลางน้ำเท่านั้น พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่จึงเป็นสังคมพืชน้ำซึ่งค้นพบ จำนวนทั้งสิ้น 185 ชนิด เช่น ผักบุ้ง , บอน , หญ้าไซ , บัวหลวง และ กก เป็นต้น เป็นพืชต่างถิ่น 15 ชนิด เช่น กระถินยักษ์ , หญ้าชน
พื้นที่แห่งนี้ยังมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติทั้งด้านแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร จึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย สำหรับสัตว์ป่าจำพวกนกน้ำ ซึ่งพบทั้งสิ้น 156 ชนิด เป็นนกประจำถิ่น จำนวน 66 ชนิด , นกอพยพ จำนวน 64 ชนิด , นกประจำถิ่นและนกอพยพ จำนวน 16 ชนิด และนกไม่ทราบสถานภาพ จำนวน 10 ชนิด นกอพยพบางชนิดเป็นนกที่หายาก เช่น เป็ดเปียหน้าเขียว , เป็ดแมนดาริน , เป็ดผีใหญ่ เป็นต้น ส่วนนกประถิ่นได้แก่ นกเป็ดแดง , นกอีโก้ง , นกอีล้ำ เป็นต้น และบริเวณพื้นที่ ยังมีศาลานั่งพักผ่อน และบ้านพักสำหรับผู้ที่มาเยี่ยมชมและต้องการพักผ่อนหย่อนใจในธรรมชาติ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: โทร. 08-5716-6549 (ท่านหัวหน้าเขตฯ วชิรายุ เกียรติบุตร) , http://web.chiangrai.net/tourcr/sport/bridwatching.php

 

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง อำเภอเชียงแสน เป็นวัดที่เก่าแก่ของเมืองเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภู พระราชนัดดาของพ่อขุนเม็งรายมหาราช ปฐมกษัตริย์ของอาณาจักรล้านนาไท เมื่อ พ.ศ. 1887 หลังจากนั้นพระเจ้าแสนภูได้เสด็จไปครองเมืองเชียงใหม่แทนพระราชบิดา คือ พระเจ้าชัยสงครามซึ่งเสด็จมาประทับยังเมืองเชียงราย พร้อมทั้งนำอัฐของพระราชบิดา คือพ่อขุนเม็งรายมหาราชที่เสด็จสวรรคตที่เชียงใหม่กลับมายังเมืองเชียงรายด้วย

พระธาตุเจดีย์หลวงได้ชื่อมาจากพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในวัดซึ่งสูงถึง 88 เมตร มีฐานกว้าง 24 เมตร เป็นพระเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเชียงแสน ภายในวัดนอกจากพระเจดีย์หลวงแล้วยังมีพระวิหารซึ่งเก่าแก่มากพังทลายเกือบหมดแล้วและเจดีย์ธาตุแบบต่างๆ อีก 4 องค์ โบราณสถานแห่งนี้แม้ว่าจะปรักหักพังไปมากแล้วแต่ได้รับการบูรณะอย่างดีให้สมกับเป็นวัดที่สำคัญของเมืองหิรัญนครเงินยางภายในสมัยอาณาจักรล้านนาไท

 

วัดพระธาตุผาเงา

วัดพระธาตุผาเงา ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโขงทางด้านทิศตะวันตก ตรงกันข้ามกับประเทศลาว อยู่ในหมู่บ้านสบคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน อยู่ทางทิศใต้ของตัวอำเภอเชียงแสนประมาณ 3 กม. หรืออยู่ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 15 กม. มีพื้นที่ทั้งหมด 743 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาเล็กๆ ทอดยาวลงมาตั้งแต่บ้านจำปี ผ่านบ้านดอยจันและ มาสิ้นสุดที่บ้านสบคำ แต่ก่อนเขาเรียกดอยลูกนี้ว่า “ดอยคำ”  แต่มาภายหลังชาวบ้านเรียกว่า “ดอยจัน”  ชื่อของวัดนี้มาจากชื่อของพระธาตุผาเงาที่ตั้งอยู่บนยอดหินก้อนใหญ่ คำว่าผาเงาก็คือ เงาของก้อนผา (ก้อนหิน) หินก้อนนี้มีลักษณะสูงใหญ่คล้ายรูปทรงเจดีย์และทำให้ร่มเงาได้ดีมาก ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า “พระธาตุผาเงา”  ความจริงก่อนที่จะย้ายวัดมาที่นี่ เดิมมีชื่อว่า “วัดสบคำ”  ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโขง ฝั่งน้ำได้พังทลายลง ทำให้บริเวณ ของวัดพัดพังลงใต้น้ำโขงเกือบหมดวัด คณะศรัทธาจึงได้ย้ายวัดไปอยู่ที่ใหม่บนเนินเขา ซึ่งไม่ไกลจากวัดเดิม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดพระธาตุผาเงา โทร. 0-5377-7154-2 ,  องค์การบริหารส่วนตำบลเวียง โทร. 053-650803
สถานที่ติดต่อ :วัดพระธาตุผาเงา บ้านสบคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์. 0-5377-7154-2
เว็บไซต์ :  http://www.watphradhatphangao.org/

 

เมืองโบราณเชียงแสน

เมืองเชียงแสนเป็นเมืองเล็กๆๆ ในจังหวัดเชียงรายและเป็นหนึ่งในเมืองโบราณเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่เลียบน้ำโขง แม่น้ำสายนานาชาติไหลผ่านประเทศมากกว่า 6 ประเทศ ให้ผู้คนมากมายได้อาศัย ชาวเชียงแสนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและสงบสุขท่ามกลางโบราณสถานมากมายกระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วทั้งอำเภอ ....อาณาจักเชียงแสน พื้นที่ราบริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขงถูกกล่าวขวัญผ่านตำนานประวัติศาสตร์เรื่องราวผูกโยงก่อนอาณาจักรล้านนาจะมีตัวตนเสียอีก เพียงแค่การยืนยันจากหลักฐานทางโบราณสถานที่หลงเหลือไม่อาจรองรับความเก่าแก่ระดับตำนานได้ เวียงหนองหล่ม จึงดำดิ่งไปกับตำนานสถาปัตยกรรมโบราณ เล่าความกลับไปไม่มากนัก ทว่าบ่งบอกเรื่องราวเติมเต็มให้กับล้านนาได้มากมาย

* พื้นที่ราบริมฝั่งตะวันตกแม่น้ำโขง

- เจดีย์วัดป่าสัก
- แนวกำแพงเมือง
- พระธาตุเจดีย์หลวง 
- วัดมุงเมือง
- วัดพระบวช
- วัดพระเจ้าล้านทอง
* วัดบนเนินเขา และวิวเมืองเชียงแสนเขตปันแดนธรรมชาติแม่น้ำโขง
- วัดพระธาตุผาเงา
- วัดพระธาตุจอมกิตติ
* พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เชียงแสน 

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://web.chiangrai.net/tourcr/Trip/Ancient-Chiangsaen/AncientCHIANGSAEN.html 


สามเหลี่ยมทองคำ

อยู่ห่างจากเชียงราย 60 กม. เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกมาบรรจบกัน หรือที่เรียกว่า สบรวก เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว พม่า บริเวณนี้เคยมีการค้าฝิ่น โดยแลกเปลี่ยนกับทองคำ ทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความงดงามโดยเฉพาะยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอกด้านฝั่งพม่า และลาว นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ 400-600 บาท นั่งได้ 6 คน ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของ ก็สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้ หากต้องการจะชมทิวทัศน์มุมกว้างของสามเหลี่ยมทองคำบริเวณสบรวกและเพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง หรือจุดชมวิวบนวัดพระธาตุดอยปูเข้า 

ข้อมูลเพิ่มเติม.. http://www.chiangraifocus.com


 
Untitled Document
การนำข้อมูลและรูปภาพจากเว็บไซต์เราไปใช้งาน ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของเราก่อนเท่านั้น....หากละเมิดเราจะดำเนินการให้ถึงที่สุด...

Best view Screen : 800x600 Pixels

www.tourismchiangrai.com
ที่ตั้งสำนักงาน อาคารศาลากลาง 750 ปี เมืองเชียงราย ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 57000 สายด่วนข้อมูล โทร 053-150-192
Copyright @2016 by :Chiang Rai Tourism Service Center
Power by เชียงรายโฟกัส ดอทคอม & เชียงรายเอ็นเทอร์ซอฟต์