Untitled Document
หน้าหลัก    l   ผู้ชมออนไลน์  : 188 คน
*ขอความกรุณา...เว็บไซต์ใดที่นำข้อมูลและรูปภาพจากเว็บเราไปใส่ในเว็บไซต์ท่าน หรือใส่เว็บบอร์ดอื่น ขอให้ท่านช่วยทำแบนเนอร์ลิงค์มายังเว็บไซต์ของเรา หรืออ้างอิงถึงแหล่งที่มาจากเว็บไซต์ของเราด้วยนะคะ.*
Untitled Document
Tourismchiangrai.com
แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ
 
ข้อมูลสำคัญของ จ.เชียงราย
  
  
   ดาวน์โหลดคู่มือท่องเที่ยว
   ดาวน์โหลดปฏินท่องเที่ยว
   ดาวน์โหลดคู่มือที่พัก
   ดาวน์โหลดคู่มือร้านอาหาร
   แผนที่ท่องเที่ยว จ.เชียงราย
   ประวัติเมืองเชียงราย
   ข้อมูลโรงพยาบาลใน จ.เชียงราย
   หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในเชียงราย
   ที่แลกเปลี่ยนเงินตราไทย
   ตารางสายการบิน
   ตารางเดินรถ
   รวมภาพประทับใจที่เชียงราย
 
ข้อมูลประเทศเพื่อนบ้าน
หนังสือผ่านแดนไปลาว
หนังสือผ่านแดนไปพม่า
ข้อควรทราบในการข้ามแดน
แหล่งท่องเที่ยวในพม่า
แหล่งท่องเที่ยวในลาว
 
ตรงนี้น่าสนใจ
ตำนานพระธาตุ 9 จอม
พระเชียงแสน
ประวัติพ่อขุนเม็งรายมหาราช
49 ศิลปินล้านนาไทย
หมู่บ้านชาที่เชียงราย
ชนเผ่า / ชาวเขา ใน จ.เชียงราย
พระบรมสารีริกธาตุ
 
เกร็ดความรู้ น่าสนใจ
ค้นหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว
คำค้น   
ประเภท
 
ค้นหาที่พัก,ร้านอาหาร ฯลฯ..
คำค้น   
อำเภอ   
ประเภท
 
 
0
 
เป็นเพื่อนบ้านกับเรา..ที่นี่
0
www.tourismchiangrai.com
แบนเนอร์ขนาด 88 *31
 
 
เชียงรายโฟกัส ดอทคอม ..ข้อมูลทุกอย่างในเชียงราย ที่พัก ท่องเที่ยว ตำแหน่งงานว่าง ข่าวสารเชียงราย บอร์ดพูดคุยทุกเรื่อง ฯลฯ
 
อีซี่ซอฟต์ ไทยแลนด์ รับออกแบบเว็บไซต์ จดทะเบียนโดเมนเนม เช่าโฮสติ้ง
 
แผนที่เส้นทารงศึกษาศิปลวัฒนธรรม เชียงราย
 
บทความ เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่น่าสนใจ
แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน1)

จังหวัดพะเยา

เมืองพะเยาตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มที่มีความอุดมสมบูรณ์กว้างขวาง มีหุบเขาใหญ่น้อยมากมาย แต่ไม่เคยพบร่องรอยของชุมชนบ้านเมืองที่มีอายุเก่าไปกว่าเมืองหริภุญไชย (ลำพูน) ที่ตั้งอยู่แถบที่ราบลุ่มน้ำแม่ปิง

บริเวณเมืองพะเยามีร่องรอยและหลักฐานที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ทำด้วยหินอยู่ทั่วไป แสดงว่ามีกลุ่มชนร่อนแร่อาศัยกระจัดกระจายอยู่บนที่สูงมาช้านานแล้ว แต่ในระยะแรก ๆ ยังไม่พบหลักฐานการก่อบ้านสร้างเมืองบนที่ราบลุ่ม
จนกระทั่งประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 (ราวหลัง พ.ศ. 1700 ) จึงพลหลักฐานที่แสดงว่ามีการสร้างบ้านแปลงเมืองขึ้นบริเวณริมแม่น้ำอิงที่ภายหลังเป็นเมืองพะเยา
ฉะนั้น กว่าจะเป็นเมืองพะเยา จึงต้องศึกษาพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมโดยอาศัยทั้งหลักฐานทางโบราณคดี และนิทาน ตำนาน พงศาวดาร รวมทั้งร่องรอยแวดล้อมอื่น ๆทั้งภายในและภายนอก

1.) สังคมและวัฒนธรรมของภาคเหนือ

บ้านเมืองต่าง ๆ ในดินแดนภาคเหนือของประเทศไทย ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำระหว่างหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ มีขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง ที่เป็นขนาดใหญ่มี 2 บริเวณคือ บริเวณที่ราบลุ่มเชียงใหม่ – ลำพูน กับ บริเวณที่ราบลุ่มเชียงใหม่ – ลำพูน กับ บริเวณที่ราบลุ่มเชียงราย – พะเยา
สภาพภูมิประเทศที่มีเทือกเขาขวางกั้นพื้นที่ราบให้แยกออกจากกัน แต่มีช่องเขาเล็ก ติดต่อกับแหล่งอื่น ๆ ทำให้บ้านเมืองเหล่านี้มีพัฒนาการเติบโตไม่พร้อมกัน
บ้านเมืองเก่าแก่ที่สุดอยู่บริเวณที่ราบลุ่มเชียงใหม่-ลำพูน มี เมืองหริภุญไชย(ลำพูน) เป็นเมืองสำคัญตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มน้ำแม่ปิง มีพัฒนาการเป็นบ้านเมืองตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 (หรือหลัง พ.ศ. 1200)อันเนื่องมาจากการขยายอิทธิพลของแคว้นละโว้ (ลพบุรี)ที่เป็นบ้านเมืองหรือรัฐขนาดใหญ่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาภาคกลาง
ต่อมาเมืองหริภุญไชย (ลำพูน) ขยายขอบเขตไปยัง เมืองเขลางค์ (ลำปาง) บนที่ราบลุ่มน้ำแม่วัง
ส่วนบริเวณอื่น ๆ มีชุมชนเล็ก ๆกระจัดกระจายอยู่ตามที่สูงกับที่ราบ ยังไม่รวมตัวเป็นบ้านเมืองใหญ่มีเรื่องราวความเป็นมาในลักษณะของคำบอกเล่าหรือนิทานปรัมปราเช่น บริเวณที่ราบลุ่มเชียงราย-พะเยา มีคำบอกเล่าเรียกว่า “โยนก”
ต่อมาภายหลังเมื่อรวบรวมบ้านเมืองบริเวณที่ราบลุ่มเชียงใหม่ – ลำพูนับบริเวณเชียงราย – พะเยาและบริเวณใกล้เคียงเข้าด้วยกันจึงเรียกรวมทั้งหมดว่า “ ล้านนา”

ล้านนา

ล้านนา หมายถึง ดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลบริเวณที่เป็นภาคเหนือของประเทศไทยทุกวันนี้ โดยมีเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางมาแต่สมัยแรก ๆ และเป็นชื่อที่มีอยู่คู่กันมากับล้านช้างที่หมายถึงดินแดนตอนเหนือของลาวมีเมืองลาวมีเมืองหลวงพระบางเป็นศูนย์กลาง
ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร อธิบายพร้อมด้วยเสนอหลักฐานและร่องรอยต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายแล้วย้ำว่าชื่อที่ถูกต้องคือ “ล้านนา” (มีรายละเอียดอยู่ในหนังสือ “งานจารึกและประวัติศาสตร์ของศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร “ รวบรวมและจัดพิมพ์เนื่องในโอกาสฉลองอายุ 6 รอบ เมื่อ 21 มีนาคม 2534)
หลักฐานสำคัญคือจารึกจากเชียงราย พ.ศ. 2096 พระเชยเชษฐาธิราช ซึ่งได้เป็นกษัตริย์ล้านนา ตามคำเรียกร้องของชาวล้านนาในฐานะที่พระองค์เป็นหลานตาของกษัตริย์ล้านนา ได้กลับไปครองเมืองลาวที่ล้านช้าง ๆเมื่อ พ.ศ. 2091 และจะให้เชียงใหม่เป็นเมืองลูกหลวง ตามจารึก พ.ศ. 2096 พระองค์ยังถือว่าเป็นกษัตริย์ทั้งสองแผ่นดินคือ “ล้านช้าง ล้านนา” อยู่ แต่ทางล้านนาไม่ยอมถือเช่นนั้น เพราะ ได้ยกพระเมกุฏิขึ้นเป็นกษัตริย์ล้านนาแทนแล้ว
ในเอกสารโบราณผูกชื่อล้านช้างกับล้านนาเป็นภาษาบาลีไว้ดังนี้
“ศรีสตนาคนหุต” สต แปลว่า ร้อย – นหุต แปลว่า หมื่น – นาค แปลว่า ช้าง รวมความแล้ว แปลว่า ล้านช้าง ในจารึกสุโขทัยหลักที่ 2 วัดศรีชุม มีคำว่า “แสนช้าง” และในจารึกพ่อขุนรามคำแหงมีคำว่า “เมืองกว้างช้างหลาย” แสดงว่าการมีช้างจำนวนมาก หมายถึงความกว้างขวางของบ้านเมือง
“เขตตทสลข” ทส แปลว่า สิบ ลข แปลว่า แสน – เขตต แปลว่า พื้นที่หรือนา รวมความแล้วแปลว่า ล้านนา ในโคลงนิราศหริภุญชัย (ฉบับกรุงเทพฯ) บทที่ 108 เขียนว่า “เป็นปิ่นทศลักษ์ เลิศหล้า “คำว่า ทศลักษ์ ก็หมายถึงล้านนา
เนื่องจากภาษาถิ่นภาคเหนือไม่นิยมเขียนรูปวรรณยุกต์ในใบลานสมัยโบราณ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนคิดไปว่าดินแดนภาคเหนือสมัยโบราณมีชื่อเรียกว่า “ลานนา” แล้วภายหลังเรียกว่า “ลานนาไทย”
แท้จริงแล้วในภาคเหนือมักไม่ใช้ “ลาน” ในความหมายว่าบริเวณที่ว่าง แต่ใช้คำว่า “ข่วง” เช่นข่วงเมรุ ข่วงวัด วัดหัวข่วง ฯลฯ

ฉะนั้นชื่อที่ถูกต้องก็คือ “ล้านนา” เท่านั้น

นอกจากนั้น จิตร ภูมิศักดิ์ สำรวจพบว่ายังมีประเพณีตั้งชื่อตำแหน่งเป็นจำนวนนับอยู่ 2 กลุ่ม (โองการแช่งน้ำฯ : ดวงกมล 2524: 306 - 317) ดังต่อไปนี้
กลุ่มแรก นับจากจำนวนไพร่ ดังจะเห็นจากชื่อ ตำแหน่งว่า นายสิบ – นายซาว (ซาว เท่ากับ ยี่สิบ) – นายร้อย – นายพัน – เจ้าหมื่น – เจ้าแสน เป็นต้น
อีกกลุ่มหนึ่ง นับจากจำนวนที่นา ดังมีร่องรอยหลงเหลืออยู่ในกฎหมายลักษณะอาญาหลวง พ.ศ. 1974 ความว่า “อนึ่งผู้เกษตราธิบดีแลร้อยนา พันนา หมื่นนา แสนนา กำนันนา” สมัยโบราณ กลุ่มลาวหัวพันห้าทั้งหก และเขตการปกครองของภาคเหนือแต่โบราณก็เรียก “พันนา” ที่ยูนนานมีแคว้นชื่อ “สิบสองพันนา” (แต่ออกเสียงว่าสิบสองปันนา) ในแคว้นพะเยาก็แบ่งเขตการปกครองถึง “36 พันนา” ในที่สุดก็คือ “ล้านนา” นั่นเอง

โยนก

โยนก หมายถึง ดินแดนและ / หรือผู้คนในภาคเหนือสมัยโบราณ อาจใช้แทนคำว่าล้านนาได้ เช่น พงศาวดารโยนก ที่พระยาประชากิจกรจักร (แช่มบุนนาค) เรียบเรียงขึ้นนั้นหมายถึงเรื่องราวของบ้านเมืองและแว่นแคว้นทางล้านนา
เมื่อแรกเริ่มเดิมที่ชื่อ โยนก หมายถึงดินแดนและประชากรบริเวณที่ทุกวันนี้เรียกว่าที่ราบลุ่มจังหวัดเชียงรายกับจังหวัดพะเยา และต่อเนื่องเข้าไปถึงบางส่วนของพม่าและลาว โดยมีลำน้ำแม่กกเชื่อมแม่น้ำโขงเป็นแกน
ก่อนได้ชื่อว่า โยนก ตำนานสิงหนวัติกุมา (หรือสิงหนวัติ) กล่าวว่าบริเวณนี้เป็นดินแดน “สุวรรณโคมคำ” แต่รกร้างไปแล้ว เมื่อสิงหนวัติกุมารนำไพร่บ้านพลเมืองจากนครไทยเทศมาถึง จึงสร้างเมืองใหม่ลง บริเวณนี้แล้วให้ชื่อ “นาคพันธุสิงหนวตินคร” ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โยนกนครไชยบุรีราชธานีศรีช้างแสน” มีคำว่า โยนก อยู่ด้วย
ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร อธิบายชื่อ ช้างแสน แปลว่า ช้างร้อง ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น เชียงแสน และเรียกพลเมืองของโยนกนครว่า ชาวยวน ต่อมาใช้ โยนก เป็นชื่อแคว้น แคว้นโยนกโบราณ ประกอบด้วยเมืองเชียงราย เชียงของ และเชียงแสน ฯลฯ
จากหลักฐานตำนานและพงศาวดารจะเห็นว่าชื่อโยนก แต่ดั้งเดิมหมายถึงดินแดนและประชากรในเขตที่ราบลุ่มจังหวัดเชียงรายกับจังหวัดพะเยาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาคเหนือเท่านั้น (แต่อาจต่อเนื่องเข้าไปในบางส่วนของพม่าและลาว)
ทั้งนี้ไม่รวมหรือไม่เกี่ยวกันกับบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงกับแม่น้ำวังในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง เพราะมีหลักฐานประเภทศิลาจารึกตำนานและพงศาวดารระบุอย่างแน่ชัดว่า เรียก “สมันครประเทศ” และ “พิงครัฐ” โดยมีเมืองสำคัญอยู่ที่ หริภุญชัย (ลำพูน) และ เขลางคนคร (ลำปาง)
ครั้นหลัง พ.ศ. 1800 พ่อขุนมังรายซึ่งเป็นใหญ่อยู่บริเวณที่ราบลุ่มเชียงราย – พะเยา หรือ โยนก ก็ยกกองทัพข้ามขุนเขาปราบปรามแล้วยึดหริภุญชัยได้สำเร็จ จึงทรงตั้งเมืองเชียงใหม่ขึ้นบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงให้เป็นราชธานีของแว่นแคล้นที่เกิดใหม่ซึ่งมักเรียกกันภายหลังว่า ล้านนา
แต่โดยเหตุที่พ่อขุนมังรายและชาวโยนกมีชัยชนะได้เป็นใหญ่เหนือพวกอื่น บางครั้งจึงเรียกว่าชาวยวน หรือแคว้นโยนกรวมไปทั้งหมด เช่น พวก กรุงศรีอยุธยา เรียกชาวล้านนาว่า ยวน ดังวรรณคดี เรื่องยวนพ่าย แต่งสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา

ทุกวันนี้ชาวเชียงใหม่ยังเรียกตัวเองว่าไทยยวน

ดร.วิลเลียม คลิฟตัน ดอดด์ หรือที่รู้จักกันใน ชื่อ “หมอดอดด์” กล่าวไว้ในเรื่อง “ชนชาติไทย” (The Thai Race – แปลโดย หลวงนิแพทย์นิติสรรค์) ถึง คำว่า ยวน หาใช่ชื่อใหม่ไม่ แต่เป็นชื่อที่คนในถิ่นใกล้เคียงโดยรอบใช้เรียกคนไทยมาแต่ดึกดำบรรพ์แล้วและพวกพม่ายังคงเรียกดินแดนตะวันออกของแม่น้ำสาละวินว่า ยวน
เรื่องย่อ โยนก ยวน จิตร ภูมิศักดิ์ สงสัยว่าคำที่ พม่าเรียกชาวเชียงใหม่ว่า ยูน ซึ่งคนไทยมักเข้าใจว่า จะเพี้ยนมาจากคำว่า ไตยน หรือ ไทยวน นั้น แท้ จริงเป็นคำภาษาพม่า ยูน แปลว่าข้าหรือทาส ใน ภาษาสุภาพของพม่าจะเรียกตัวเองว่า ยูนโนก แปลว่า ทาสผู้ต่ำต้อย และเรียกผู้ที่พูดด้วยว่า ขิ่นพญา แปลว่า ท่านนาย (ความเป็นมาคำสยามฯ : ฉบับพิมพ์ครั้งแรก 2519: หน้า 500,573)

โยนก
ที่ราบลุ่มเชียงราย – พะเยา
 

ดินแดนที่เรียกว่าโยนกสมัยโบราณซึ่งเป็นถิ่นฐานของพวกยวน อยู่บริเวณที่ราบลุ่มเขตจังหวัดเชียงรายกับจังหวัดพะเยาและที่ใกล้เคียงรอบ
ที่ราบลุ่มดังกล่าวมีเทือกเขาเรียกว่า ดอย ขนาบ ตามแนวเหนือ – ใต้ มีลำน้ำกิดจากดอยต่าง ๆ ไหล จากทิศตะวันตกไปลงแม่น้ำโขงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือทั้งสิ้น ลำน้ำสำคัญได้แก่ น้ำแม่กก น้ำแม่ลาว น้ำแม่อิง ทำให้เกิดที่ราบลุ่มสำคัญ ๆ อย่างน้อย 4 แห่งอันเป็นที่ตั้งบ้านเมืองของกลุ่มโยนกโบราณ (สมัยก่อนที่พ่อขุนเม็งรายจะตีได้แคว้นหริภุญชัยแล้วรวมที่ราบลุ่มเชียงใหม่เข้าเป็นดินแดนแคล้นล้านนา)
ที่ราบลุ่ม 4 แห่งตามรายงานการสำรวจและศึกษาของรองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม มี โดยย่อดังต่อไปนี้
1. ที่ราบลุ่มเชียงแสน
เป็นที่บริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในเขตเชียงราย เพราะมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน เช่น ลำน้ำ แม่จัน ลำน้ำแม่คำ ลำน้ำสาย ลำน้ำรวก นอกจากนั้นยังมีลำเหมืองที่คนขุดขึ้นใช้ในการระน้ำเข้านาอีกมากมาย มีทั้งขุดเก่าและขุดใหม่ที่ล้วนมีแนวจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกเช่นลำเหมืองแดงที่อำเภอแม่สายขุดชักน้ำผ่านไร่นาไปสมทบลำน้ำรวกเป็นต้น ลำน้ำทั้งหมดนี้ไหลลงแม่น้ำโขง

2. ที่ราบลุ่มน้ำแม่กก
บริเวณนี้มีน้ำแม่กกเป็นลำน้ำใหญ่สุด (ไม่นับแม่น้ำโขง) และสำคัญที่สุด
น้ำแม่กกมีกำเนิดมาจากเทือกเขาเขตรัฐฉานในพม่าและเทือกเขาเขตอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ไหลผ่านช่องเขาแคบ ๆ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ผ่าน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไปลงแม่น้ำโขงที่สบกกใต้เมืองเชียงแสนลงไปเล็กน้อย
เมืองโบราณที่พบในเขตที่ราบลุ่มน้ำแม่กกมีเมืองเชียงรายเป็นเมืองสำคัญและมีเมืองเล็กเมืองน้อยที่เรียกว่า เวียง อีกไม่น้อยกว่า 11 แห่ง

3. ที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่ลาว
เป็นที่ราบลุ่มในหุบเขาแคบ ๆ ระหว่างเทือกเขาดอยเวียงผาทางตะวันตก กับเทือกเขาดอยหลวงทางตะวันออก ในเขตอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง มีน้ำแม่ลาวที่เกิดจากเทือกเขาไหลจากทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ ผ่านอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ผ่านช่องเขาสูงไม่มีที่ราบในเขตอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย แล้วไหลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือลงสู่ที่ราบในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไหลไปรวมน้ำแม่กกลงสู่แม่น้ำโขง
เมืองโบราณที่พบในเขตที่ราบลุ่มน้ำแม่ลาวมีมากเช่นเวียงกาหลงที่ซากเตาเผาเครื่องเคลือบ เรียก “เตาเวียงกาหลง” เวียงป่าเป้าเวียงแม่สรวยเวียงไชย ฯลฯ

4. ที่ราบลุ่มน้ำแม่อิง
น้ำแม่อิง มีกำเนิดจากเทือกเขาเขตอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ไหลลงทางทิศใต้ผ่านจังหวัดพะเยาแล้วไหลขึ้นไปทางเหนือลงแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย (มีรายละเอียดต่อไปข้างหน้า)

บริเวณต่อเนื่อง
ยังมีที่ราบลุ่มตามหุบเขาต่าง ๆ ใบบริเวณใกล้เคียงที่มีความสัมพันธ์หรือเคยเป็นส่วนหนึ่งของโยนกมาก่อน เช่นที่ราบลุ่มลำน้ำงาว ในเขตอำเภองาวจังหวัดลำปาง
ลำน้ำงาวมีกำเนิดจากลำน้ำเล็ก ๆหลาย ๆสาขา ที่ไหลลงมาจากเทือกเขาโดยรอบแล้วไหลลงไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านหุบเขาไปสมทบลำน้ำแม่ยมแล้วไหลผ่านอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ลงไปยังเมืองแพร่ก่อนจะลงสู่อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
ทั้งในเขตอำเภองาว จังหวัดลำปาง และอำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ต่างก็มีซากเมืองโบราณอยู่เช่นกนแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเมืองในบริเวณที่ราบลุ่มเชียงราย – พะเยากับแพร่

 
ที่มา: เอกสารเผยแพร่. สังคมและวัฒนธรรมเมืองพะเยา.โครงการส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวภาคเหนือ
(จ.พะเยา). พ.ศ.2550. หน้า 5-54
เปิดอ่าน :: 125334 ครั้ง
3vilCod3 Was Hacked This site
๒๙ กรกฎาคม วันภาษาไทยแห่งชาติ
“รอยพระบาทในหลวง”หนึ่งเดียวในเมืองไทยที่ จ.เชียงราย
นิราศ 9 เรื่อง ของสุนทรภู่
สุนทรภู่ มหากวีของโลก (วันสุนทรภู่ 26 มิถุนายน 2550)
สนามกอล์ฟ (สมุทรสาคร-สระบุรี)
สนามกอล์ฟ (สมุทรปราการ)
สนามกอล์ฟ (ภูเก็ต-ระยอง-ราชบุรี)
สนามกอล์ฟ (พระนครศรีอยุธยา-พังงา-เพชรบุรี)
สนามกอล์ฟ (ปทุมธานี-ประจวบคีรีขันธ์)
สนามกอล์ฟ (นครปฐม-นครราชสีมา)
สนามกอล์ฟ (เชียงราย-เชียงใหม่-นครนายก)
สนามกอล์ฟ (ชลบุรี)
สนามกอล์ฟ (กาญจนบุรี-ฉะเชิงเทรา)
สนามกอล์ฟ (กรุงเทพมหานคร)
พระบรมสารีริกธาตุ ตอน1
พระบรมสารีริกธาตุ ตอน2
แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน9)
แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน8)
แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน7)
แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน6)
แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน5)
แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน4)
แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน3)
แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน2)
แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน1)
พระเชียงแสนสี่แผ่นดิน
ภูเขาหรือเทือกเขาที่สำคัญของไทย
กิจกรรมวันสงกรานต์
งานสำคัญบุญสงกรานต์
นางสงกรานต์
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับชา
นมัสการ พระธาตุประจำปีเกิด (12 ปีนักษัตร)
“ถ้ำ: อาณาจักรแห่งความลี้ลับ”
ไทลื้อมาจากไหน??
เหตุใดถึงชื่อ "พระเจ้านั่งดิน" อันซีนไทยแลนด์
อาหารว่าง..จาก..สิบสองปันนา..ข้าวแรมฟืน
Untitled Document
การนำข้อมูลและรูปภาพจากเว็บไซต์เราไปใช้งาน ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของเราก่อนเท่านั้น....หากละเมิดเราจะดำเนินการให้ถึงที่สุด...

Best view Screen : 800x600 Pixels

www.tourismchiangrai.com
ที่ตั้งสำนักงาน อาคารศาลากลาง 750 ปี เมืองเชียงราย ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 57000 สายด่วนข้อมูล โทร 053-150-192
Copyright @2016 by :Chiang Rai Tourism Service Center
Power by เชียงรายโฟกัส ดอทคอม & เชียงรายเอ็นเทอร์ซอฟต์